Electroporation

 

Electroporation

ดร.นันทกาญจน์ สุวรรณปิฎกกุล

กลุ่มวิจัยเภสัชเคมีภัณฑ์

เป็นที่ทราบกันดีว่าการนำส่งยาทางผิวหนังสามารถแก้ไขข้อบกพร่องของการให้ยาในรูป
แบบรับประทานซึ่งมียาหลายชนิดที่มีข้อจำกัดในการใช้ เนื่องจากการที่ยาถูกทำลายในกระเพาะอาหาร
ลำไส้ และตับ ในขณะที่การใช้ยาฉีดสามารถลดปัญหานี้แต่อาจไม่ได้รับความร่วมมือจากผู้ป่วย ดังนั้น
ระบบนำส่งยาผ่านผิวหนัง จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ได้รับความสนใจมากขึ้น ซึ่งเป็นวิธีที่สะดวกสำหรับ
ผู้ป่วย ไม่เจ็บเหมือนการใช้ยาฉีด ในขณะเดียวกันเป็นการหลีกเลี่ยงการถูกทำลายยาจากกรดและ
น้ำย่อยในระบบทางเดินอาหาร รวมทั้งเป็นการหลีกเลี่ยง hepatic first pass metabolism ได้
อีกด้วย (1)

 

แต่อย่างไรก็ตาม ระบบการนำส่งยาผ่าน ผิวหนังยังมีข้อจำกัด คือมียาเพียงไม่กี่ชนิดที่
สามารถผ่านผิวหนังจนถึงขนาดที่มีฤทธิ์ในการรักษาได้ เนื่องจากการทำหน้าที่เป็นตัวกีดขวางของ
ผิวหนังชั้น stratum corneum ดังนั้นจึงมีวิธีการต่างๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการนำส่งยาผ่านผิวหนัง
ดังนี้

1. Chemical enhancement เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการนำส่งยาผ่านผิวหนังโดยการ
เติมสารที่สามารถเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติของผิวหนังโดยเฉพาะชั้น stratum corneum ลงไปใน
ตำรับยาผ่านผิวหนัง ได้แก่ oleic acid, azone, sodium laurylsulfate เป็นต้น (2)

2. Change of the physical properties of drugs เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการนำ
ส่งยาผ่านผิวหนังโดยการเปลี่ยนคุณสมบัติทางกายภาพของยา เช่น prodrug ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลง
fuctional group ในโครงสร้างของตัวยาเพื่อให้ตัวยามีคุณสมบัติเป็น lipophilic มากขึ้น ทำให้
สามารถซึมผ่านผิวหนังได้เพิ่มขึ้น แล้ว prodrug ก็จะถูก metabolize โดย enzyme ที่อยู่ในชั้น
ผิวหนัง เปลี่ยนให้เป็นยาที่สามารถออกฤทธิ์ได้ต่อไป (3)

 

3. Physical enhancement ได้แก่

3.1 Phonophoresis เป็นการใช้คลื่นเสียงความถี่สูงในการนำส่งยาผ่านชั้นผิวหนังเข้าสู่
เนื้อเยื่อภายในร่างกาย เพื่อให้สามารถออกฤทธิ์เฉพาะที่และออกฤทธิ์ทั่วร่างกาย สำหรับกลไกในการ
นำส่งยายังไม่ชัดเจน มักใช้ในการนำส่งยาที่มีคุณสมบัติเป็น hydrophilic (4)

 

3.2 Iontophoresis เป็นการนำส่งยาที่มีประจุ โดยเฉพาะประจุบวกจะผ่านผิวหนังได้ดี
โดยการใช้ low-voltage (< 1 volt) constant electric fields เป็นระยะเวลานานหลายนาทีหรือเป็น
ชั่วโมง ทำให้โมเลกุลเคลื่อนที่เข้าสู่หรือผ่านผิวหนังโดยกระบวนการ electrophoresis และ/หรือ
electroosmosis เป็นหลัก เป็นการกระทำต่อยา โดยตรง โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของ
ผิวหนัง (5) ยาจะผ่านผิวหนังทาง shunt เพราะบริเวณนี้ผิวหนังจะมีความต้านทานต่อ permeation
ต่ำที่สุด แต่การนำส่งยาผ่าน shunt นั้นมีข้อจำกัดคือ ส่วนของ appendages นั้นมีเพียง 0.1% ของ
พื้นที่ผิวทั้งหมดทำให้ประสิทธิภาพในการนำส่งยาต่ำ (6)

 

3.3 Skin electroporation เป็นการเพิ่ม ประสิทธิภาพการนำส่งยาผ่านผิวหนัง โดย
high-voltage pulsed electric fields ในระยะเวลาสั้นๆ ซึ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
permeability ของผิวหนังอย่างมากแต่เกิดขึ้นเพียงชั่วขณะ

 

การใช้ skin electroporation เพื่อเป็นระบบนำส่งยาทางผิวหนังเป็นแนวทางที่ได้รับความ
สนใจเนื่องจากความสามารถในการเพิ่มปริมาณยาผ่านผิวหนังได้อย่างชัดเจน ใช้ระยะเวลาในการ
ออกฤทธิ์สั้นใช้กับยาที่มีคุณสมบัติแตกต่างกันได้หลายชนิด เช่น Hormone, DNA, Vaccine และ
Peptide นอกจากนี้ พบว่ายายังคงสามารถผ่านผิวหนังได้อีกเป็นเวลานานหลังการให้ pulse รวมทั้ง
สามารถควบคุมปริมาณยาที่ผ่านผิวหนังได้โดยควบคุมที่สภาวะการให้กระแสไฟฟ้า คาดว่าถ้าสามารถ
พัฒนามาใช้ในการนำส่งยาได้เป็นผลสำเร็จ ก็หวังได้ว่าในอนาคตอันใกล้นี้เด็กๆ ของเราอาจจะได้รับ
วัคซีนโดยการติด electric patch แทนการฉีดยาก็เป็นได้ (5)

 

การนำเสนอเรื่องของ skin electroporation นี้จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ในฉบับนี้จะเป็น
ส่วนที่ 1 ซึ่งจะกล่าวถึง ความหมายของ electroporation, skin electroporation และกลไกการเกิด
skin electroporation สำหรับส่วนที่ 2 จะนำเสนอในโอกาสต่อไป ซึ่งจะกล่าวถึง วิธีการศึกษา skin
electroporation การประยุกต์เพื่อนำมาใช้เป็นระบบนำส่งยาทางผิวหนังและความปลอดภัยในการใช้

 

Electroporation
Electroporation เป็นปรากฏการณ์ที่ lipid bilayers membranes ที่สัมผัสกับ electric
field pulses ที่มีความเข้มสูงในช่วงระยะเวลาสั้นๆ แล้วเกิดมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง และ
คุณสมบัติของ lipid bilayers ทำให้เกิด aqueous pathways หรือ electropore ขึ้นใน lipid
bilayers membrane และยอมให้สารที่มีคุณสมบัติ hydrophillic ทั้งสารที่มีประจุและไม่มีประจุผ่าน
เข้าสู่เซลล์ได้ดีขึ้น (7,8)

มีรายงานการใช้ electroporation ในทางวิทยาศาสตร์มาประมาณ 30 ปีแล้ว(9) ซึ่งมักถูก
นำมาใช้ในการเพิ่ม molecular transport ของสารผ่าน lipid bilayers membranes โดยมีการนำ
ส่งโมเลกุลของสารที่มีขนาดแตกต่างกันมากมายตั้งแต่ molecular mass ไม่กี่ร้อย จนถึงเป็นพัน
daltons สารที่ถูกนำส่งผ่าน membranes มีตั้งแต่ ions ขนาดเล็ก, น้ำตาล, oligonucleotides,
proteins, DNA จนถึง viral particles (7) โดยเฉพาะงานทางด้าน biology และ molecular
biology นั้นมีการนำส่ง DNA เข้าสู่เซลล์ในสารละลายแขวนลอยสำหรับ gene transfection (8)
จนกระทั่งปัจจุบันมีการนำ electroporation มาใช้ในการเพิ่ม cellular uptake ของ chemo-
therapeutic agent เข้าสู่เซลล์มะเร็งกันอย่างกว้างขวาง โดยการให้ high voltage ในระยะเวลา
สั้นๆ หลังจากฉีดยารักษามะเร็งทางเส้นเลือดดำไปแล้วประมาณ 3-10 นาที (10) สำหรับการนำ
electroporation มาใช้ในการนำส่งยาผ่านผิวหนัง เริ่มมีรายงานเมื่อปี ค.ศ.1993 (9)

 

Skin electroporation
เทคนิค electroporation โดยปกติใช้กับ unilamellar phospholipid bilayers (single
phospholipid bilayer) ของ cell membranes อย่างไรก็ตามพบว่าสามารถทำ electroporation
ได้กับผิวหนังด้วย ถึงแม้ว่าชั้น stratum corneum จะประกอบไปด้วย multilamellar, intercellular
lipid bilayers with few phospholipids และเป็นเซลล์ที่ไม่มีชีวิตก็ตาม (9)

 

3.1 โครงสร้างของผิวหนัง
ผิวหนังแบ่งตามโครงสร้างได้เป็น 3 ชั้น คือ หนังกำพร้า (epidermis), หนังแท้ (dermis)
และเนื้อเยื่อไขมันใต้ผิวหนัง (subcutaneous fatty tissue)

 

ชั้นที่ 1 หนังกำพร้า (epidermis) เป็น ผิวหนังชั้นนอกสุด แบ่งออกเป็น 5 ชั้น ได้แก่
1. Stratum corneum (SC) อยู่ชั้นนอกสุดมีความหนาประมาณ 10-20 m เป็นชั้นที่มี
ความสำคัญที่สุดในการกีดกันการนำส่งยาผ่านผิวหนัง ประกอบด้วยกลุ่มของ keratinized cells
รูปร่างแบนที่ไม่มีชีวิต เรียกว่า corneocytes มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 30 m หนา
ประมาณ 1-2 m เมื่อชั้น SC เปียกน้ำ corneocytes สามารถดูดซับน้ำได้ถึง 60-70 % w/w ของ

SC keratinized cells เหล่านี้จะถูกแทนที่ตลอดเวลาจากการแบ่งเซลล์ของ viable epidermis
ในที่สุดจะได้เซลล์ลักษณะแบนๆ ซ้อนทับกันประกอบด้วย fibrous keratin (ซึ่ง fibers เหล่านี้มีประจุ
เป็นลบ เมื่อ pH ของ physiological condition = 7.4) และ keratohyalin ล้อมรอบด้วย
extracellular lipid matrix โครงสร้างลักษณะนี้อาจเรียกว่าเป็น protein bricks เรียงตัวซ้อนอยู่ใน
lipid mortar (11) ดังรูปที่ 1

 

โครงสร้างของ epidermal intercellular lipid matrix ค่อนข้างซับซ้อนประกอบด้วยส่วน
ที่เป็น hydrophobic และ hydrophillic สลับกัน ส่วนใหญ่มักเรียงตัวเป็น bilayers ส่วนของ
hydrophobic ใน SC ประกอบด้วย hydrocarbon chain ของ lipid ซึ่งเป็นบริเวณที่สารต่างๆ
รวมทั้งน้ำผ่านได้ยาก lipid ในชั้น epidermis จะประกอบด้วย ceramide type III 33%, ceramide
type IV 22%, cholesterol 25%, cholesterol sulfate 5%, และ several fatty acids 15%
อาจแตกต่างกันตามความลึกของชั้นผิวหนัง

ที่บริเวณผิวหนังจะมี pH ประมาณ 5 ซึ่ง pKa ของ SC lipid เท่ากับ 8 (11-12) นั่นคือ
headgroups ของ lipid จะแตกตัว (ionized) ได้เล็กน้อย ในชั้น SC ที่ลึกลงไป pH จะเพิ่มขึ้นเป็น
7.4 ซึ่งทำให้ headgroups ของ lipid แสดงประจุลบ การแตกตัวของ headgroups นี้จะเพิ่มขึ้นจาก
10% (ส่วนนอกของ SC) เป็น 90% (ส่วนด้านในของ SC) ความต้านทานของ SC จะเพิ่มขึ้นตาม
ความยาวของ chain ของ sphingo-lipids ที่อุณหภูมิห้อง lipid เหล่านี้จะเป็น quasi-crystalline
phase จึงมีผลทำให้ membrane แข็ง มีรายงานว่า phase transition ของสารสกัดจาก SC lipid
อยู่ระหว่าง 60-65 oC แต่อย่างไรก็ตามถ้ารวมทั้ง SC แล้วพบว่า จะมี phase transition
temperature ประมาณ 70 oC (12)

 

2. Stratum lucidum พบเฉพาะตามฝ่ามือ ฝ่าเท้า เซลล์มีลักษณะแบน

3. Stratum granulosum ภายในเซลล์เกิดเป็นแกรนูล แล้วถูกขับออกมานอกเซลล์
กลายเป็นสารที่อยู่ระหว่างเซลล์ในชั้นบนสุด ส่วนเซลล์จะกลายเป็น SC

4. Stratum spinosum เป็นเซลล์ที่มีลักษณะกลม หรือหลายเหลี่ยมแล้วค่อยๆ เปลี่ยน
เป็นเซลล์แบน นิวเคลียสจะหดตัว เซลล์เชื่อมต่อกัน มีการสร้างโปรตีน keratohyalin

5. Stratum germinativum (Basal layer) เป็นเซลล์รูปไข่เรียงตัวเป็นแถวชั้นเดียว
และมีเซลล์ melanocyte ทำหน้าที่สร้างเม็ดสี

 

ชั้นที่ 2 หนังแท้ (dermis) มีความหนา แตกต่างกันตามตำแหน่งของร่างกาย ประกอบด้วย
เส้นใยโปรตีนคือ collagen (75% ของน้ำหนักแห้ง) ทำให้มีความเหนียว มี elastin 4% ทำให้มี
ความยืดหยุ่นและมี polysaccharide 20% ที่สำคัญคือ chondrotin sulfate, dermatan sulfate
และ heparin ในชั้นนี้จะมีเส้นเลือดฝอย ท่อน้ำเหลือง ปลายประสาทและต่อมต่างๆ

 

ชั้นที่ 3 เนื้อเยื่อไขมันใต้ผิวหนัง (subcutaneous fatty tissue) มีความยืดหยุ่น ป้องกัน
แรงกระแทก และเป็นฉนวนป้องกันความร้อน ประกอบด้วยเซลล์ไขมันเป็นส่วนใหญ่ และมี collagen
แทรกอยู่ประปราย

 

3.2 การดูดซึมทางผิวหนัง
เมื่อสารสัมผัสกับผิวหนัง สารจะถูกดูดซึมเข้าสู่ผิวหนังโดยการแพร่ได้ 3 ทาง คือ
3.2.1 ผ่านเซลล์ของผิวหนัง (transcellular, transcorneocytes หรือ intracellular
route) โดยเซลล์ของ SC มีเส้นใยโปรตีนเป็นองค์ประกอบหลัก ซึ่งมีทั้งส่วนที่มีขั้วและส่วนที่ไม่มีขั้ว
ดังนั้นสารที่จะแพร่ผ่านได้ดีควรจะละลายได้ทั้งในน้ำและน้ำมัน

3.2.2 ผ่านทางช่องว่างระหว่างเซลล์ (intercellular route) ซึ่งในระหว่างเซลล์ในชั้น SC
ประกอบด้วยของเหลวที่เป็นไขมัน สารที่จะ ซึมผ่านได้ดีจะต้องละลายได้บ้างในไขมัน แต่ต้องไม่ละลาย
ในไขมันดีจนเกินไป มิฉะนั้นตัวยาจะถูกจับไว้ในชั้นผิวหนัง ไม่ปล่อยให้ยาผ่านไปยังผิวหนังชั้นถัดไป
สารที่ผ่านได้ดีควรจะมีค่าสัมประสิทธิ์การแบ่งภาค (partition coefficient) ใกล้เคียงหนึ่ง

3.2.3 ผ่านทางรูเปิดหรือท่อบนผิวหนัง (transappendageal) ได้แก่ ต่อมไขมัน รูขุมขน
และต่อมเหงื่อ ซึ่งจะยอมให้สารที่มีขั้วและโมเลกุลใหญ่ซึมผ่านได้ดี อย่างไรก็ตามพื้นที่ผิวของรูเปิด
นับว่าน้อยมาก ประมาณ 0.1% จึงไม่ช่วยการดูดซึมมากนัก

3.3 การที่สารจะผ่านทางใดขึ้นอยู่กับ
3.3.1 คุณสมบัติทางเคมีของสารที่จะผ่าน เช่น solubility, partition coefficient, pKa,
molecular size, stability และ binding

3.3.2 ส่วนประกอบและความหนาของ membrane รวมทั้งจำนวนต่อมเหงื่อและ รูขุมขน

3.3.3 ความชื้นของ membrane (hydration) โดยทั่วไป สารจะไม่สามารถผ่านทาง
corneocytes ส่วนทาง shunt นั้นจะมีความต้านทานต่อการ penetration ต่ำที่สุด สารต่างๆ
โดยเฉพาะสารที่ละลายน้ำได้จะสามารถผ่านผิวหนังโดยทางนี้ได้เร็วกว่าผ่านทางอื่น แต่บริเวณนี้มี
เพียง 0.1% ของ พื้นที่ผิวทั้งหมด ดังนั้นในการที่จะเพิ่มการนำส่งยาผ่านผิวหนัง จึงมักจะผลักดันให้
ผ่าน SC ทาง intercellular lipids คือพยายามเปลี่ยนแปลง การทำหน้าที่ในการเป็น skin barrier
ของ SC โดย เปลี่ยนแปลงที่ intercellular lipid structure ของ SC (1,6,13,14)

3.4 กลไกการเกิด skin electroporation และการเคลื่อนที่ของสาร

 

กลไกการเกิด skin electroporation
หลังจากให้กระแสไฟฟ้าแบบ high-voltage แก่ผิวหนังในช่วงระยะเวลาสั้นๆ
(microseconds หรือ milliseconds) จะเกิด skin electroporation ชั่วคราวขึ้น สามารถอธิบาย
ได้โดย 2 หลักการดังนี้ คือ (12)

1. Electroporation เกิดที่ intercellular lipid bilayers ของ stratum corneum

2. Electroporation เกิดที่รอยร้าวบน corneocyte cell

จากหลักการเกิด skin electroporation ดังกล่าวข้างต้น ทำให้ทราบทิศทางการเกิด
aqueous pathway ว่าเป็นทิศทางในแนวตรงๆ ไม่คดเคี้ยว จากด้านบนของ stratum corneum
ลงไปจนถึงชั้น dermis

กลไกการ Transport ของสาร
ระหว่างการเกิด electroporation เชื่อว่าเกิดเหตุการณ์ตามลำดับดังนี้ (15-16)

1. เกิด aqueous pathways (skin electroporation) ขึ้นภายในระยะเวลา
microseconds – milliseconds การเกิดการ เปลี่ยนแปลงนี้ขึ้นกับ voltage ที่ใช้

2. electropore ที่เกิดขึ้นยังคงอยู่หรือ ขยายขนาด ขั้นตอนนี้ขึ้นกับระยะเวลาและ
จำนวนครั้ง ในการให้ pulse และเกิดการเคลื่อนที่ของ โมเลกุลผ่าน pathways นี้โดยกระบวนการ
หลักคือ electrophoresis และ/หรือ electroosmosis เนื่องจาก local electric field ในผิวหนัง

– electrophoresis คือ กระบวนการ transport เมื่อโมเลกุลที่มีประจุได้รับความ
ต่างศักย์จะเกิดการเคลื่อนที่ไปยัง electrode ขั้วตรงข้าม

– electroosmosis เป็นการเคลื่อนที่ของน้ำเมื่อให้กระแสไฟฟ้า ซึ่งจะเคลื่อนที่จาก
ขั้วบวกไปขั้วลบ ดังนั้นสารที่มีประจุบวกก็จะเคลื่อนที่ได้ดียิ่งขึ้นหรือสารที่ polar แม้จะไม่มีประจุ
ก็สามารถเคลื่อนที่ไปกับทิศทางการไหลของน้ำได้

– passive diffusion เนื่องจาก skin permeabilized

3. หลังการให้ pulse แล้ว electroporesis ที่เกิดขึ้นจะปิดในช่วงเวลาจาก milliseconds
หรืออาจเป็นชั่วโมง

 

บทสรุป
Skin electroporation เกิดจากการใช้ high – voltage ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ (10
microseconds – 10 milliseconds กลไกในการเกิดนั้นเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติของ
ผิวหนังทั้งในด้าน molecular flux และคุณสมบัติทางไฟฟ้าของผิวหนัง โดยการเกิด new aqueous
pathways หรือ electroporation ขึ้นชั่วขณะใน intercellular lipid bilayers ของ stratum
corneum

การนำ skin electroporation มาประยุกต์ใช้เป็นระบบนำส่งยาผ่านผิวหนังเป็นสิ่งที่ท้าทาย
และน่าสนใจเพราะ skin electroporation มีข้อดีหลายประการ เช่น สามารถเพิ่มปริมาณยาที่ผ่าน
ผิวหนังอย่างมาก, ลด onset of action และ lag time, สามารถควบคุมปริมาณยาที่ปลดปล่อยออกมา
โดยควบคุม pulse, voltage, ระยะเวลา และจำนวนครั้งของการให้ pulse และยังสามารถนำส่งยาที่มี
ขนาดแตกต่างกันเป็นต้น อย่างไรก็ตามการศึกษากลไกต่างๆ ของ skin electroporation ใน in vitro
อย่างเข้มข้นนั้นจะช่วยส่งเสริมการศึกษา in vivo ที่กำลังทำอยู่และส่งผลให้เกิดการทดลองในทางคลีนิก
ตลอดจนการออกแบบเครื่องมือควบคุมแรงดันไฟฟ้าที่เหมาะสมต่อไป ซึ่งจะเป็นการพัฒนา skin
electroporation เพื่อนำส่งยาผ่านผิวหนังให้ประสบผลสำเร็จได้ในอนาคต

เอกสารอ้างอิง

1. Edward D.A., Prausnitz M.R., Langer R. et al. Analysis of enhanced
transdermal transport by skin electroporation. J. Controlled. Release. 1995; 34:
211- 221.

2. Haberkamp M.B. Skin permeation enhancement reversibility. In: Drug
permeation enhancement theory and applications. Edited by Dean S.H. New york:
Marcel Dekker, 1994: 43-58.

3. Hatanaka T., Rittirod T., Katayama K. and Koizum T. Influence of enzyme
distribution and diffusion on permeation profile of prodrug through viable skin:
theoretical aspect for several steady – state fluxes in two transport directions. Biol.
Pharm. Bull. 1999; 22(6): 623-6.

4. Meidan V.M., Walmasley A.D., and Irwin W.J. Phonophoresis – is it a
reality. Int. J. Pharm. 1995; 118: 129-149.

5. Shaw K. The new transdermal technology. Pharm. Time. 1997; 63: 38,41.

6. Chien Y. Advances in transdermal systemic medication. In: Tradermal
controlled systemic medications. Edited by Chien Y. New York: Marcel Dekker, 1987:
1-6.

7. Prausnitz M.R., Bose V.G., Langer R., et al. Electroporation. In:
Percutaneous penetration enhancers. Edited by Smith E.W. and Maibach H.I. CRC
Press, 1995: 393-405.

8. Neumann E., Sowers A.e., Jordan C.A. Electroporation and electrofusion
in cell biology. New York: Plenum Press, 1989.

9. Banga A.K., Bose S. and Ghosk T.K. Iontophoresis and electroporation:
comparisons and contrasts. Int.J.Pharm. 1999; 179: 1-19.

10. Heller R., Gilbert R., Jaroszeski M.J. Clinical applications of
electrochemotherapy. Advanced Drug Delivery Review. 1999; 35: 119-129.

11. Hamid R.M., Adrian C.W. Brain W.B. A lamellar matrix model for stratum
corneum intercellular lipids.II; Effect of geometry of the stratum corneum on
permeation of model drug 5-fluorouracil and oestradiol. Int.J.Pharm. 1996; 131:
117-129.

12. Pliquett U. Mechanistic studies of molecular transdermal transport due
to skin electroporation. Advanced Drug Delivery Reviews. 1999; 35: 41-60.

13. Wang S., Kara M., Krishnan T.R. Transdermal delivery of cyclosporin-A
using electroporation. J. Controlled. Release. 1998; 50: 61-70.

14. Riviere J.E. and Heit M.C. Electrically-assisted transdermal drug
delivery. Pharm. Res. 1997; 14(6): 687-697.

15. Prausnitz M.R., Lee C.S., Liu C.H., Pang J.C. et al. Transdermal
transport efficiency during skin electroporation and iontophoresis. J. Controlled
Release. 1996; 38: 205-217.

16. Vanbever R.,Boulenge E.L., and Preat V. Transdermal delivery of
fentanyl by electroporation I; Influence of electrical factors. Pharm. Res. 1996; 13(4):
559-565.

 

ที่มา : www.VayoMedical.com 

บริษัทนำเข้า จำหน่าย ให้เช่าเครื่องมือแพทย์ เสริมความงามครบวงจร

 

 

Link ที่เกี่ยวข้อง :

Electroporation,ราคา เครื่อง Electroporation,บริษัทขาย เครื่อง Electroporation,บริษัทนำเข้า เครื่อง Electroporation,บริษัทจำหน่าย เครื่อง Electroporation

Fractional CO2,Q switch NdYag,Cooling System,Mesotherapy,Oxygen Treatment,Skin Diagnostics,Anti-aging Measuring System,Electroporation,Lasers,Light Therapy,Light Treatments,Body Treatments ,Fat Reduction,RF Radio Frequency,Carboxy Therapy,Vacuum Massage,Body Composition Analyzer,Ultrasound Cavitation System,ผ้าห่มไฟฟ้า,เตียงระบบไฟฟ้า,

Medical,เครื่องมือแพทย์,Medical Face,Medical Body,Medical Skin,Fractional CO2,Q switch NdYag,Cooling System,Mesotherapy,Oxygen Treatment,Skin Diagnostics,Anti-aging Measuring System,Electroporation,Lasers,Light Therapy,Light Treatments,Body Treatments ,Fat Reduction,RF Radio Frequency,Carboxy Therapy,Vacuum Massage,Body Composition Analyzer,Ultrasound Cavitation System,ผ้าห่มไฟฟ้า,เตียงระบบไฟฟ้า

 

Keyword :

Electroporation,ราคา เครื่อง Electroporation,บริษัทขาย เครื่อง Electroporation,บริษัทนำเข้า เครื่อง Electroporation,บริษัทจำหน่าย เครื่อง Electroporation

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s